16 กุมภาพันธ์ 2562 ระดับฝุ่นขอนแก่น รั้งอันดับ 2 ประเทศ ผู้ว่าฯ สั่งเปิดปฎิบัติการโปรยน้ำดับฝุ่น ประสานงานร่วมจ.นครปฐม

ที่มา: https://siamrath.co.th/n/65727

สถานการณ์มลพิษทางอากาศในกลุ่มฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ภาพรวมของจังหวัดขอนแก่น วันนี้อยู่ที่ 73 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศหรือ AQI อยู่ที่ 157 จัดอยู่ในลำดับที่สูงที่สุดในภาคอีสานและอยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานยังคงระดมกำลังกันแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งการระดมฉีดน้ำและพ่นละอองน้ำเข้าไปในอากาศอย่างต่อเนื่องทุกชั่วโมง โดยเน้นไปในพื้นที่อาคารสูงของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งการกวดขันจับกุมการลักลอบการเผาในพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ฝุ่นละอองของจังหวัดขอนแก่น นั้นยอมรับว่าคลี่คลายสถานการณ์ลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เข้าสู่วันที่ 6 ของสถานการณ์ดังกล่าวที่จะพบว่าค่า PM 2.5 ในแต่ละวันและแต่ละห้วงเวลานั้นเปลี่ยนแปลงโดยตลอด แต่ในภาพรวมนั้นอยู่ในระดับที่คลี่คลายลงและบางช่วงแตะระดับมาอยู่ที่สีเหลืองคือใกล้กับ50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดังนั้นการแก้ไขสถานการณ์ที่ดำเนินการทุกวันนอกจากการฉีดน้ำและพ่นละอองน้ำแล้ว ยังคงมีการล้างสิ่งปฎิกูลและการคราบฝุ่นในรูปแบบต่างๆทั่วทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดเพราะการพ่นละอองน้ำและฉีดน้ำแต่ละครั้ง และแต่ละรอบนั้นระดับของฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศนั้นลดลงถึง 1 ชม. ขณะนี้การเปิดปฎิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ขอนแกน ส่งผลให้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ซึ่งก็มีส่วนช่วยได้มากในการคลี่คลายสถานการณ์ และวันนี้เราได้ข่าวดีและต้องขอขอบคุณชาวนครปฐม โดยท่านผวจ.นครปฐม ในการตอบรับที่จะส่งเครื่องบินขนาดเล็ก ที่เป็นเครื่องบินฝึกบินและเครื่องบินส่วนบุคคลของภาคเอกชน ในการสนับสนุนการทำงานของขอนแก่น ด้วยการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแผนปฎิบัติการปราบฝุ่นคือ แผนปฎิบัติการโปรยน้ำปราบฝุ่น โดยจังหวัดจะเร่งประสานงานตามขั้นตอนและพิธีการทางการบิน เพื่อให้ชาวนครปฐมที่ตอบรับข้าร่วมปฎิบัติการดังกล่าวนี้นั้นได้ทยอยส่งเครื่องบินขนาดเล็กมาประจำการที่ขอนแกนและกำหนดแผนโปรยน้ำซึ่งเป็นขั้นตอนการดำเนินงานในระยะที่2 ที่จังหวัดได้วางเอาไว้แต่การที่จะนำเครื่องบินมาประจำการที่ขอนแกนได้นั้นจะต้องใช้เวลาในการประสานงานตามขั้นตอนปฎิบัติเกี่ยวกับพิธีการทางการบินอย่างน้อยที่สุดคือ 5 วันผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ปัญหาที่แท้จริงของการทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศภาพรวมของจังหวัดโดยเฉพาะกับสถานการณ์ฝุ่นที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้นอันดับแรกคือการเผา ทั้งการเผาไร่อ้อย การเผาตอซังข้าว การเผาที่นา การเผาพื้นที่สาธารณะต่างๆ,รองลงมาคือเรื่องของการก่อสร้าง และสุดท้ายคือสถานการณ์ภัยแล้งที่ทำให้เกิดฝุ่น ดังนั้นการดำเนินการแก้ไขปัญหานั้นจะต้องทำกันเป็นขั้นตอนและตามลำดับเหตุการณ์ที่ทุกหน่วยงานได้ระดมกำลังกันแก้ไขปัญหาซึ่งขณะนี้การเร่งระดมฉีดน้ำ การพ่นละอองน้ำ การทำฝนหลวง การชำระล้างสิ่งปฎิกูล การใช้มาตรการเด็ดขาดในการห้ามเผา ที่ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ จากนี้ไปคือการกำหนดมาตรการที่ 2 คือการเปิดปฎิบัติการโปรยน้ำดับฝุ่น ซึ่งจะช่วยเติมน้ำในอากาศ ควบคู่กับการเปิดปฎิบัติการฝนหลวง ซึ่งมั่นใจว่าการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอนที่ทางจังหวัดและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้เร่งดำเนินการ ผนวกกับการที่ทุกหน่วยงานที่มีใจเป็นจิตอาสาที่ต่างเสนอแนวทางการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวให้กับทางจังหวัด จะสามารถที่จะแก้ไขสถานการณ์ในภาพรวมของจังหวัดได้ตลอดทั้งช่วงหน้าแล้งปีนี้